นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม
ประธานกรรมการบริษัท

นางสาวบุษบา ดาวเรือง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
ปี 2567 ถือเป็นปีที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมายทั้งในประเทศและทั่วโลก โดยเฉพาะในส่วนของเศรษฐกิจที่ปีนี้ยังคงเผชิญกับความผันผวนจากหลายปัจจัย อาทิเช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซีย-ยูเครนและตะวันออกกลาง อัตราเงินเฟ้อที่สูงส่งผลต่อนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่มีผลต่อหลายประเทศทั่วโลกจากนโยบายใหม่ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองภายในประเทศไทยนอกจากนี้ ในส่วนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและแนวคิดเรื่องมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ยังคงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและมีบทบาทในการสร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยองค์กรและธุรกิจต่างๆหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและความยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างจริงจังมากขึ้น
ในส่วนของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2567 นั้นเราได้มีการปรับตัวในหลายส่วนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เป็นไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากการขยายตัวของดิจิทัลและการบริโภคเนื้อหาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้เรามีช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น ความมุ่งมั่นพัฒนาเนื้อหาที่มีคุณภาพและสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการผสมผสานกลยุทธ์ ESG และเทคโนโลยีในการดำเนินงานก็เป็นแนวทางที่บริษัทฯมุ่งเน้น เพื่อให้เราสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งธุรกิจหลักที่บริษัทฯ ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจเพลง ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง และธุรกิจสื่อ
ธุรกิจเพลง บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจผ่าน จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) (“GMM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยและเป็นบริษัท Flagship โดยธุรกิจเพลงของกลุ่ม GMM ได้ดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจผ่านการจับมือกับพันธมิตรระดับโลก ได้แก่ กลุ่ม Tencent และ Tencent Music Entertainment จากประเทศจีน รวมถึง Warner Music Asia จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการผนึกกำลังทางธุรกิจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต ตอกย้ำความแข็งแกร่งของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในการก้าวสู่ตลาดระดับสากลอย่างมั่นคง
ด้านธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง แม้จะมีผลกระทบจากวิถีการใช้จ่ายของผู้บริโภคผ่านช่องทางต่างๆที่เปลี่ยนไป ส่งผลต่อยอดขายที่ลดลง แต่ GMM O Shopping ยังคงมุ่งมั่นในการรักษาฐานลูกค้าและพยายามขยายช่องทางการจัดจำหน่ายออกไปตามยุคสมัย อีกทั้งยังได้พัฒนาสินค้า House Brand เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
ด้านธุรกิจภาพยนตร์ ในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ได้มีการออกฉายภาพยนตร์ 3 เรื่อง ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่องหลานม่า วิมานหนาม และ 404 สุขีนิรันดร์..run run โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องหลานม่าที่สามารถสร้างปรากฎการณ์ยอดขายทะลุมากกว่า 300 ล้านบาททั่วประเทศไทยและกว่า 2,000 ล้านบาททั่วโลก รวมถึงได้สร้างประวัติศาสตร์การผ่านเข้ารอบ 15 ภาพยนตร์ชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมอีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมทางธุรกิจ โดยบริษัทฯได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการของ บริษัทจดทะเบียนไทยในระดับสูงสุด "ดีเลิศ" หรือ 5 ดาวต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นและความพยายามของทีมงานทุกคนในบริษัทฯ ที่ได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน
ในนามของคณะกรรมการและผู้บริหารบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ขอขอบพระคุณผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่ไว้วางใจและให้การสนับสนุนบริษัทฯเป็นอย่างดีมาโดยตลอด บริษัทฯขอยืนยันว่าเราจะมุ่งมั่นในการดูแลกิจการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง