
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”)
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
50 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ถนน สุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110


วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ
คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้มีการพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี เพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทางในการดำเนินงานของบริษัทฯ และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องเหมาะสมตามสภาวการณ์ โดยในช่วงปีที่ผ่านมา มีการพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายระยะยาว ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีมติให้มีการปรับการกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายระยะยาวของ บริษัทฯ ให้สอดคล้องกับรูปแบบของบริษัทที่ได้เปลี่ยนเป็น Holding Company ดังนี้
วิสัยทัศน์

ผู้นําธุรกิจบันเทิงครบวงจร ที่มุ่งสร้างความสุขให้ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ผ่านทุกช่องทางพร้อมขับเคลื่อนโอกาสการเติบโตอย่างยังยืน

พันธกิจ
มุ่งมันที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์
ศิลปกรรมทางอุตสาหกรรมบันเทิงและสื่ออย่างครบวงจร โดยนําเสนอประสบการณ์ด้านเนื้อหาที่ครอบคลุมและ น่าสนใจผ่านการผสานสื่ออย่างมีประสิทธิภาพและ การสร้างสรรค์โซลูชนที่เป็นนวัตกรรมใหม่
สร้างโอกาสการลงทุน
ในธุรกิจที่เติบโตและยังยืนเพื่อขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศพร้อมสร้างคุณค่าให้สังคม
เป้าหมายระยะยาว
เป็นบริษัทชั้นนำผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นเลิศระดับสากลทั้งในและต่างประเทศ
ประวัติบริษัท
การขยายตัวของธุรกิจ
- ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ได้อนุมัติการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทฯ จี เอ็ม เอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) (“GMM”) ซึ่งเป็นบริษัท ย่อยของบริษัทฯ ให้แก่นักลงทุนเชิงกลยุทธ์ คือ Warner Music Hong Kong Limited (“WMHK”)
- โดย WMHK เป็นบริษัทที่มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ Warner Music Group Corp. (“WMGC”) และ /หรือบริษัทในเครือของบริษัทดังกล่าวว่า (“กลุ่ม WMGC”) จำนวน 12,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.5 ของ จำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ GMM
- บริษัท จีเอ็มเอ็ม โอ ช้อปปิ้ง จํากัด (“โอ ช้อปปิ้ง”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ขายเงินลงทุนทั้งหมดที่ถืออยู่ในบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท โอทูคิส จํากัด (“O2KISS”) จํานวน 3 ล้านหุ้น (คิดเป็น 60% ของทุนจดทะเบียน) ให้กับบริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) (“KISS”) ในราคา 5 ล้านบาท
- บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH) ร่วมกับบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด (BTV) จัดตั้งบริษัท สเปเชียล เดสทินี จำกัด (Special Destiny) และจับมือกับบริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) บริษัทในกลุ่มธนาคารกสิกรไทย และผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ในการเสนอขาย “เดสทินี โทเคน” (DESTINY TOKEN) โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ด้วยจํานวนจองซื้อทั้งหมด 16,087 โทเคน รวมมูลค่าระดมทุนกว่า 265 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุนไม่เกิน 2 ปี
- บริษัทฯ เปิดตัว “จีเอ็มเอ็ม อะคาเดมี่” (GMM Academy) สถาบันสอนวิชาชีพศิลปินมาตรฐานระดับโลก มุ่งมั่นในการปั้นศิลปินไอดอลไทยเข้าสังกัด โดยเน้นที่ 3 ส่วน ได้แก่ ไอดอล, ป็อปสตาร์ และไทดอล (ศิลปินลุกทุ่ง) และยังมีผู้ฝึกสอนมากความสามารถ ได้แก่ (1) คุณวิทวัส วีระญาโณ (ครูเจ) Vocal Master จบการศึกษาจากหลักสูตรด้านการสอนร้องเพลงจาก 5 สถาบันในต่างประเทศ และเป็นคนแรกของเอเชียที่ได้อันดับ 1 จากการสอบ Panel Test ของสถาบัน Institute For Vocal Advancement จากอเมริกา (2) คุณอภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง (ครูเจด้า) Performance Master ได้รับรางวัล Best Choreographer Of The Year จาก Mnet Asia Music Awards 2016 และเป็นตัวแทนประเทศไทยในฐานะกรรมการการแข่งขันระดับโลก The World Hip Hop Dance Championship Hiphop International.
- บริษัทฯ ร่วมมือกับ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) ผู้นำด้านการตลาด Offline-to-Online (“O2O”) Marketing โซลูชั่นส์ ได้เปิดตัวแคมเปญ 3D City Pop นำเสนอสื่อรูปแบบใหม่ด้วยนวัตกรรม Technic 3D Entertainment Illusion ดึงดูดความสนใจด้วยศิลปิน GMM มีทั้ง เป๊ก ผลิตโชค Getsunova และ Three Man Down ร้องเพลงแบบ Vertical 3D Concert บนจอ LED Empire Tower นอกจากนี้ยังมีการ Wrap ขบวนรถไฟฟ้า BTS จากผลงานการออกแบบของศิลปินอย่าง หนุ่ม กะลา, วง Cocktail, วง Tilly Birds และวง Big ass
- บริษัทฯ จัดคอนเสิร์ต เมื่อวันที่11-13 พ.ย. (3 รอบการแสดง) สำหรับคอนเสิร์ต “SINGING BIRD 2022 ตอน LIFETIME SOUNDTRACK CONCERT” โตมากับเพลงพี่เบิร์ด ณ อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี
- GMM SHOW หน่วยงานภายใต้บริษัทฯ เป็นผู้จัดเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ “Chang Music Connection Presents เชียงใหญ่เฟส 3” เมื่อวันที่ 19-20 พ.ย. ณ Royal Train Garden Resort จ.เชียงใหม่
- GMM SHOW หน่วยงานภายใต้บริษัทฯ เป็นผู้จัดเทศกาลดนตรีครั้งแรกที่ใจกลางกรุงเทพฯ งาน “The Concert Application Presents Monster Music Festival" 26-27 พ.ย. รวม 5 เวที กับ 70 ศิลปิน ที่ สนามกีฬาแห่งชาติ
- บริษัทฯ ได้จัดเทศกาลดนตรี Pepsi presents Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 12 “ALL-NEW BMMF12 มัน-ใหม่-มาก” 10-11 ธ.ค.จำนวน 2 วัน 2 คืน จัดสรรบนพื้นที่ 600 ไร่ จำนวน 9 เวที รวม 150 ศิลปิน ที่ The Ocean เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
- บริษัทฯ เปิดตัวโปรเจกต์ “New Country” คลื่นลูกใหม่ของเพลงลูกทุ่ง จากค่าย Grammy Gold ซึ่งปล่อยมิวสิควีดีโอแรก เพลง “Stand by หล่อ” จากสมาชิก 4 คน นำโดย เอ็มโบ, ติณติณ ,นุ, กีต้าร์ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีโดยเฉพาะ TikTok นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปล่อยเพลง “ติ่งค่ะ” ของ 2 สาว กิ๊ก และ มัทรี จังหวะดนตรีสนุกสนานและมีผู้รับชมบน YouTube มากกว่า 2 ล้านวิวแล้ว
- บริษัท โอ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ และ บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS ได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในนาม บริษัท โอทู คิส จำกัด เพื่อประกอบกิจการจัดหา จำหน่ายแบบขายส่งและ/หรือขายปลีก ทำการตลาดและส่งเสริมการขายสำหรับสินค้าประเภทเครื่องสำอาง เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มูลค่าทุนจดทะเบียนในบริษัทร่วมทุนดังกล่าวมีจำนวน 50 ล้านบาท โดยบริษัท โอ ช้อปปิ้ง จำกัด มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60
- บริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้นำบริษัทในกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (“ONE”) ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของบริษัทฯ โดยแยกออกมาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นการทั่วไปครั้งแรก หรือ IPO และนำหุ้นสามัญของ ONE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจผลิตคอนเทนต์ประเภท ละคร ซีรีส์ และรายการที่มุ่งเน้นการออกอากาศผ่านช่องทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวีเป็นหลัก และช่องทางคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงในระบบ FM
- บริษัทฯ มีมติอนุมัติขายหุ้นใน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของบริษัทฯ จำนวน 9,999,998 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด ในราคาหุ้นละ 120 บาท รวมเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท ให้แก่ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าอีกแห่งหนึ่งของบริษัทฯ การปรับโครงสร้างดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ มีการลงทุนในกิจการร่วมค้าเพียงแห่งเดียวได้แก่ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด
- บริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ บริษัท จีเอ็มเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 เข้าซื้อหุ้น ใน “บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด” จากผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 20,920,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคา 1 บาท
- บริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ บริษัท จีเอ็มเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 เข้าซื้อหุ้น ใน “บริษัท คอนเทนต์ แอนด์ อาร์ตติสท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด” จากผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 1,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคา 1 บาท
- บริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ บริษัท จีเอ็มเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 เข้าซื้อหุ้น ใน “บริษัท เอ-ไทม์ ทราเวิลเลอร์ จำกัด” จาก บริษัท เอ-ไทม์ มีเดีย จำกัด และผู้ถือหุ้นเดิมของ บริษัท เอ-ไทม์ ทราเวิลเลอร์ จำกัด จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 25 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของหุ้น ที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคา 250,000 บาท
- บริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นทั้งหมดของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด ให้แก่ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โดย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำ กัด ในฐานะบริษัทย่อยของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลในการเข้าทำสัญญา แต่งตั้งตัวแทนการตลาดสถานีโทรทัศน์ ช่อง GMM25 และสัญญาให้ใช้ชื่อรายการโทรทัศน์และการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่าง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด กับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด สำหรับการดำเนิน รายการทางสถานีโทรทัศน์ช่อง GMM25 นับตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 และสิ้นสุดเมื่อใบอนุญาต ของสถานีโทรทัศน์ช่อง GMM25 ครบระยะเวลาตามที่กำหนด (รวมถึงช่วงที่มีการต่ออายุ) ซึ่งปัจจุบันใบอนุญาต ดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 24 เมษายน 2572
- บริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด โดยคํ้าประกันเงินกู้ยืม จากสถาบันการเงินในสัดส่วน ร้อยละ 31.27 หรือไม่เกินร้อยละ 50 ของเงินกู้จำนวน 2,200 ล้านบาทให้กับ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับนำไปชำระราคาซื้อขายหุ้นใน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด โดยการค้ำประกันดังกล่าวของบริษัทฯ คิดเป็นวงเงินค้ำประกันจำนวนสูงสุดไม่เกิน 1,100 ล้านบาท
- บริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทย่อยที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 3 บริษัท คือ บริษัท ที่ฟ้า สตูดิโอ จำกัด บริษัท กัง โฮ สตูดิโอ จำกัด บริษัท ดีทอล์ค จำกัด
- บริษัทฯ ได้อนุมัติปิดกิจการ บริษัท แฟมมิลี่โนฮาว จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ที่บริษัทฯร่วมถือหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสัดส่วนร้อยละ 50 ได้พิจารณายุติออกอากาศสถานีโทรทัศน์มันนี่ชาแนล (Money Channel) ให้มีผลในวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป
- บริษัทฯ ได้อนุมัติปิดบริษัทบริษัทย่อยซึ่งยังไม่ได้มีการประกอบธุรกิจจำนวน 3 บริษัท คือ บริษัท ที่ฟ้า สตูดิโอ จำกัด บริษัท กังโฮ สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท บราโว่ สตูดิโอ จำกัด
- บริษัทฯ ได้ขายเงินลงทุนทั้งหมดที่บริษัทฯ ถืออยู่ใน บริษัท ทรี-อาร์ดี จำกัด (“3RD”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จำนวน 90,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ให้กับ บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) ในราคาหุ้นละ 111.11 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 10 ล้านบาท
- บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้า ได้ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ โดยเป็นการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับ บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด จำนวน 19,050,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,905 ล้านบาท เท่ากับร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นในเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ของบริษัทฯ และกลุ่มนายถกลเกียรติ วีรวรรณ เปลี่ยนแปลงเป็นร้อยละ 25.50 และ 24.50 ตามลำดับ ขณะที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายได้เข้าร่วมรับภาระการค้ำประกันเงินกู้ยืมที่ เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ มีต่อสถาบันการเงินในสัดส่วนร้อยละ 50
- บริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (“สัญญาซื้อขายหุ้น”) โดย วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้พิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,095,000,000 บาท ซึ่งหลังจากกระทำการแล้วเสร็จ บริษัทฯจะได้เป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร้อยละ 25.50 ของทุนจดทะเบียน กลุ่มนาย ถกลเกียรติ เป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร้อยละ 24.50 ของทุนจดทะเบียน และประนันท์ภรณ์ เป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน
- บริษัท ฯ เข้าทำสัญญาโดยตรงกับ UNION DES ASSOCIATIONS EUROPEENNES DE FOOTBALL (“EUFA”) เพื่อให้บริษัทฯ เป็นผู้ได้รับสิทธิในการถ่ายทอดและเผยแพร่ภาพและเสียงของการแข่งขันฟุตบอลรอบคัดเลือกโซนยุโรปของรายการ 2018 FIFA World Cup และบริษัทฯ เข้าทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (รวมเรียกว่า “BEC”) เพื่อให้สิทธิ BEC เป็นผู้ถ่ายทอดและเผยแพร่ภาพและเสียงของการแข่งขันฟุตบอลรอบคัดเลือกโซนยุโรปของรายการ 2018 FIFA World Cup ผ่านทางช่องรายการของ BEC
- หัวหน้า คสช. มีคำสั่งฉบับที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ด้วยการขยายเวลาชำระค่าใบอนุญาตงวดที่เหลืออีก 3 งวดออกไปเป็น 6 งวด โดยคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไปผ่านดาวเทียม เป็นเวลา 3 ปี รวมถึงบริการโทรทัศน์สาธารณะที่นำรายการไปออกอากาศทางดาวเทียมเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยให้ใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) สนับสนุน
- นอกจากนี้ยังให้ขยายระยะเวลาการถือครองคลื่นวิทยุของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ 537 คลื่น ออกไปอีก 5 ปี จากเดิมที่มีกำหนดจะต้องส่งคืนให้ กสทช. ภายในเดือน เมษายน 2560
- ยุติการดำเนินงานของบริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (GTH) โดยจะมีผลในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทฯ จะเป็นผู้บริหารสิทธิ์ของผลงานทั้งหมดและจะมีการแต่งตั้งตัวแทนในการบริหารสิทธิ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง สำหรับผลงานที่ทาง GTH กำลังดำเนินการผลิตอยู่นั้น จะดำเนินการผลิตต่อและนำออกเผยแพร่ในนามของ GTH จนเสร็จสิ้น
- จัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH 559) เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ รวมถึงสื่อโฆษณาและบริการจัดหานักแสดง โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว จำนวน 5 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51
- ร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) (“CTH”) ในการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวี โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญของ CTH จำนวน 30,000,000 หุ้น มูลค่ารวม 1,030,000,000 บาท โดยบริษัทฯ จะชำระราคาค่าซื้อหุ้นดังกล่าวเป็นหุ้นสามัญของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด (“GMM B”) ให้แก่บริษัทย่อยของ CTH คือ บริษัท ซีทีเอช แอลซีโอ จำกัด (“CTH LCO”) เป็นจำนวน 38,659,700 หุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ GMM B ดังนั้นจึงมีผลทำให้ GMM B สิ้นสภาพในการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ความร่วมมือทางธุรกิจนี้ จะสามารถรวมศักยภาพของทั้ง 2 บริษัทเข้าด้วยกันทั้งทางด้านการตลาด ด้านรายการ ด้านเครือข่าย และฐานลูกค้า
- ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 183,631,793 หุ้น มีรายละเอียดดังนี้
- จัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 63,631,793 หุ้น ในราคาหุ้นละ 13.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในอัตราจัดสรร 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนนี้ บริษัทฯ จะนำไปจัดสรรและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ต่อไป
- จัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 120,000,000 หุ้นให้แก่ผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจง (Private Placement) โดยวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนในครั้งนี้เพื่อรองรับแผนการลงทุนในธุรกิจด้านต่าง ๆ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เป็นประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว
- เข้าร่วมลงทุนในบริษัท แอ็กซ์ สตูดิโอ จำกัด กับ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท ร่วม เพื่อดำเนินการก่อสร้างสตูดิโอขนาดใหญ่ โดยถือหุ้นกันในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 200 ล้านบาท
- เข้าร่วมลงทุนในบริษัท ลักษ์ แซทเทิลไลท์ จำกัด เพื่อผลิตรายการออกอากาศผ่าน ดาวเทียม โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท
- บริษัทซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ทรี-อาร์ดี จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 จำนวน 2.63 ล้านบาท
- บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท แชนแนล(วี) มิวสิค(ประเทศไทย) ในสัดส่วนร้อยละ 25 จำนวน 16.65 ล้านบาท
- เข้าร่วมทุนในบริษัทจีเอ็มเอ็ม ฟิสเนตคลับ จำกัด เพื่อให้บริการด้านสถานออกกำลังกาย โดยบริษัทฯ ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน จำนวน 40 ล้านบาท
- เข้าร่วมทุนในบริษัทลักษ์มิวสิค 999 จำกัด เพื่อขยายธุรกิจด้านการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเพลง โดย บริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน จำนวน 20 ล้านบาท
- ขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจอีเวนท์ โดยเข้าลงทุน 50% ในบมจ. อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเจนซี่ ผ่านบริษัทย่อย บมจ. จีเอ็มเอ็ม มีเดีย เพื่อให้มีธุรกิจสื่อที่ครบวงจร ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์
- ได้รับการโหวตให้เป็น "Best Small Cap" ของประเทศไทย และได้อันดับสองในการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งจัดโดยนิตยสาร FinanceAsia